Skip to content

20 เมนูไทยที่ต้องลอง: สั่งอะไรดี และหาได้ที่ไหนในปี 2026

20 เมนูเด็ดของไทยที่ไม่ควรพลาด — ต้มยำกุ้ง, Pad Thai, ส้มตำ, มัสมั่น, Khao Soi, ข้าวเหนียวมะม่วง พร้อมราคาและวิธีสั่งเป็นภาษาไทย

20 เมนูไทยที่ต้องลอง: สั่งอะไรดี และหาได้ที่ไหนในปี 2026

อาหารไทยในต่างประเทศกับอาหารไทยในประเทศไทยนั้นต่างกันคนละโลก Pad Thai ที่คุณกินในลอนดอนหรือนิวยอร์กจะหวานและมีกลิ่นถั่วเป็นหลัก แต่ Pad Thai จากแผงลอยใน Bangkok จะรสชาติจัดจ้านกว่า มีกลิ่นควันไฟ และราคาแค่ประมาณ 80 บาทเท่านั้น อาหารไทยยังแตกต่างกันไปตามภูมิภาค เมนูที่ขายใน Chiang Mai ไม่เหมือนกับที่กิน กันใน Khon Kaen หรือ Phuket คู่มือนี้รวม 20 เมนูที่พบได้บ่อยที่สุดทั่วประเทศ พร้อมบอกว่าแต่ละเมนูอร่อยที่สุดที่ไหน ราคาเท่าไหร่ และสั่งเป็นภาษาไทยอย่างไร

ถ้ามีเวลาจำกัดในการมาเที่ยวครั้งแรก ควรลองสัก 10 เมนูนี้: ต้มยำกุ้ง, Pad Thai, ส้มตำ, Khao Soi, แกงมัสมั่น, ข้าวเหนียวมะม่วง, ผัดกะเพรา, ไก่ย่างกับข้าวเหนียว, ข้าวมันไก่ และเมนูพิเศษประจำถิ่นของที่ที่คุณไปเยือน (หอยทอดที่ Phuket, ข้าวเหนียวหมูย่างแบบอีสาน, ข้าวหมกไก่ในภาคใต้ เป็นต้น)

วิธีที่ดีที่สุดในการลิ้มรสอาหารเหล่านี้คือการกินจากแผงริมถนน ตลาด ร้านในตึกแถว และร้านอาหารครอบครัวที่ใช้สูตรเดิมมาทำทุกวันนานกว่า 30 ปี คู่มืออาหารริมถนน Bangkok ของเราบอกจุดที่มีร้านอาหารหนาแน่นที่สุดสำหรับหลายเมนู และถ้าอยากเรียนทำเองก็มี คลาสทำอาหารไทย เปิดสอนทั่วไป

วิธีสั่งอาหารไทยแบบคนท้องถิ่น

  • “เผ็ดน้อย” / “ไม่เผ็ด” — ถ้าไม่บอก คุณอาจได้ความเผ็ดที่แรงเกินรับไหว ร้านในย่านนักท่องเที่ยวมักปรับลดความเผ็ดให้อยู่แล้ว แต่ในย่านคนไทยนั้นพริกไม่ใช่เรื่องเล่น
  • “ไม่ใส่ผักชี” — สำหรับคนที่รู้สึกว่าผักชีมีกลิ่นเหมือนสบู่ ซึ่งมีอยู่ราว 15% ของประชากรโลก
  • สั่งโดยการชี้ — แผงลอยส่วนใหญ่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ แต่จะใช้ท่าทางยืนยันให้คุณเข้าใจว่ามีอะไรในจาน ถ้าเห็นโต๊ะข้างๆ สั่งอะไรน่ากิน ชี้ไปเลย
  • ดูคนท้องถิ่นต่อคิว — แผงที่มีลูกค้าคนไทยต่อคิวอยู่ตลอดเวลา คุ้มค่าแก่การรอเสมอ ส่วนร้านที่ว่างเปล่าในย่านท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักไม่คุ้ม
  • “เท่าไหร่ครับ/คะ?” — รู้แค่ประโยคนี้ก็ช่วยให้คุณไม่โดนเอาเปรียบที่ตลาดได้แล้ว

1. ต้มยำซุป ( ต้มยำซุป )

ต้มยำเป็นอาหารไทยยอดนิยมที่มีมาหลายร้อยปี ทำจากน้ำซุปรสเผ็ดเปรี้ยว มักใส่กุ้งหรือไก่ เห็ด ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด และน้ำปลา มักเสิร์ฟพร้อมข้าวหรือเส้นเพื่อช่วยกลมกล่อมรสชาติของน้ำซุป

Tom Yum Soup ( ต้มยำซุป )

วัตถุดิบสำคัญของต้มยำคือตะไคร้และข่า ซึ่งให้กลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว ตะไคร้เป็นพืชตระกูลหญ้าพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีกลิ่นและรสชาติส้มสดชื่น ส่วนข่านั้นคล้ายขิงแต่รสแรงกว่า ทั้งสองอย่างช่วยเพิ่มความลึกให้กับซุปและยังมีสรรพคุณทางยา เช่น ช่วยในการย่อยและเสริมภูมิคุ้มกัน

ใบมะกรูดก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ให้กลิ่นหอมและรสชาติเฉพาะตัวที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ใบมะกรูดมาจากต้นไม้พื้นเมืองของไทยที่มีน้ำมันหอมระเหยอยู่ภายใน ให้กลิ่นหอมดินปนหวานเมื่อนำไปปรุงในอาหารอย่างต้มยำ

น้ำปลาให้รสเค็มกลมกล่อม ส่วนเห็ดช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสพร้อมคุณค่าทางโภชนาการอย่างวิตามินบี แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ จะใส่กุ้งหรือไก่ก็ได้ตามความชอบ ล้วนเข้ากันได้ดีกับเมนูนี้

เมื่อมาเยือนประเทศไทย อย่าลืมลิ้มลองต้มยำสูตรดั้งเดิม อาหารจานนี้แน่นไปด้วยเครื่องเทศและยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย รับรองว่าไม่ผิดหวัง!

ต้มยำเป็นอาหารที่มีรสเผ็ด เปรี้ยว และเค็มกลมกล่อม ที่จะทำให้คุณติดใจไม่รู้ลืม

2. ผัดไทย ( ผัดไทย )

Pad Thai เป็นอาหารยอดนิยมของไทยและมักขายเป็นอาหารริมถนน ทำจากเส้นก๋วยเตี๋ยวข้าวผัดกับไข่ เต้าหู้ ถั่วงอก ถั่วลิสง และเครื่องปรุงอื่นๆ เช่น กระเทียมและหอมแดง ส่วนผสมเหล่านี้รวมกันได้เป็นอาหารที่มีรสชาติโดดเด่นมาก กินได้ทั้งเช้า กลางวัน และเย็น

Pad Thai ( ผัดไทย )

กุญแจสำคัญของ Pad Thai ที่อร่อยคือความสมดุลของรสหวานและเปรี้ยว ทำได้โดยการเติมมะขามเปียกหรือน้ำมะนาวในน้ำซอส ร่วมกับน้ำปลาให้รสเค็มและน้ำตาลปี๊บให้รสหวาน ถ้าชอบเผ็ดก็เติมพริกป่นหรือพริกสดได้ตามใจ

เมื่อทำ Pad Thai ที่บ้าน ควรเตรียมส่วนผสมทุกอย่างให้พร้อมก่อนเริ่มทำ เพื่อให้ผัดได้รวดเร็วและทันที เริ่มด้วยการตั้งน้ำมันในกระทะหรือหม้อเหล็กไฟกลาง ใส่กระเทียมและหอมแดง ตามด้วยไข่คนจนสุก แล้วจึงใส่เส้นกับผักอย่างถั่วงอกหรือแครอต คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะขาม (หรือน้ำมะนาว) และน้ำตาลปี๊บ ก่อนเสิร์ฟโรยถั่วลิสงบดทับหน้า

ไม่ว่าจะกินที่ร้านหรือทำเองที่บ้าน Pad Thai ก็เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม รับรองว่าจะหลงรักเมนูนี้ไม่ว่าจะปรุงแบบไหน

Pad Thai เป็นเมนูอร่อยและโปรดปรานของคนไทย เหมาะมากสำหรับการกินระหว่างท่องเที่ยว

3. แกงเขียวหวาน ( แกงเขียวหวาน)

แกงเขียวหวานเป็นอาหารไทยรสเลิศที่มีมาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ ทำจากพริกเขียว กะทิ น้ำปลา และเครื่องเทศอื่นๆ เช่น เมล็ดผักชีและยี่หร่า ส่วนผสมเหล่านี้รวมกันสร้างรสชาติเฉพาะตัวที่ทั้งเผ็ดและครีมมี่ในคราวเดียว

Green Curry ( แกงเขียวหวาน)

วิธีเสิร์ฟแกงเขียวหวานที่นิยมที่สุดคือใส่ผักหรือเนื้อสัตว์อย่างไก่หรือเนื้อวัว จึงเหมาะสำหรับทั้งมังสวิรัติและผู้ที่ต้องการอิ่มท้องมากกว่าแค่ผักอย่างเดียว ถ้าต้องการอิ่มยิ่งขึ้นก็เพิ่มเส้นหรือข้าวลงไปได้

เมื่อทำแกงเขียวหวานที่บ้าน ควรใช้วัตถุดิบสดเสมอเพื่อให้ได้รสชาติดีที่สุด และปรับปริมาณพริกตามความชอบส่วนตัว ถ้าอยากได้รสอ่อนก็ใส่พริกน้อยลง ถ้าอยากเผ็ดจัดก็ใส่เพิ่ม

เมื่อเตรียมส่วนผสมเสร็จแล้ว นำทุกอย่างลงหม้อบนไฟกลาง ปรุงจนสุกหอมประมาณ 15 นาที ขึ้นอยู่กับชนิดของโปรตีนที่ใส่ เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมข้าวหอมมะลินึ่งหรือเส้นเพื่อรสชาติแบบไทยแท้

ลองเพิ่มความพิเศษด้วยการใส่น้ำมะนาวเพื่อความสดชื่น หรือใบมะกรูดที่ให้กลิ่นส้มหอมฉุน ซึ่งจะช่วยดึงรสชาติของแกงเขียวหวานสูตรดั้งเดิมออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

4. ส้มตำ ( ส้มตำ )

ส้มตำเป็นอาหารไทยยอดนิยมที่หาได้ตามร้านอาหารและแผงลอยทั่วประเทศ เป็นสลัดรสเผ็ดทำจากมะละกอดิบซอย มะเขือเทศ กระเทียม พริก และน้ำมะนาว ส่วนผสมเหล่านี้รวมกันได้เป็นอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านและสดชื่น แน่นอนว่าต้องติดใจ!

Som Tam ( ส้มตำ )

วิธีทำส้มตำแบบดั้งเดิมคือตำส่วนผสมทั้งหมดในครกจนเข้ากันดี วิธีนี้ช่วยดึงรสชาติออกมาและสร้างเนื้อสัมผัสเฉพาะตัว ถ้าไม่มีครกก็ใช้เครื่องปั่นหรือฟู้ดโปรเซสเซอร์แทนได้เช่นกัน

เมื่อทำส้มตำที่บ้าน ควรปรับปริมาณพริกตามระดับความเผ็ดที่ชอบ จะเพิ่มกุ้งแห้งหรือถั่วลิสงเพื่อเพิ่มรสชาติก็ได้ เมื่อคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดในชามเสร็จแล้ว คลุกอีกครั้งก่อนเสิร์ฟ จะกินเปล่าๆ หรือพร้อมข้าวเหนียวนึ่งก็อร่อยทั้งนั้น

ถ้ามีโอกาสกินส้มตำในประเทศไทย อย่าพลาดโดยเด็ดขาด รับรองว่าไม่ผิดหวัง

5. ข้าวซอย ( ข้าวซอย )

Khao Soi เป็นอาหารภาคเหนือยอดนิยมจาก Chiang Mai ที่กำลังเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ ประกอบด้วยเส้นบะหมี่ไข่ในน้ำแกงกะทิ ราดหน้าด้วยเส้นทอดกรอบ และเสิร์ฟพร้อมผักกาดดอง หอมแดง และมะนาว รสชาติของ Khao Soi นั้นเป็นเอกลักษณ์มาก เพราะผสมผสานความหวานและความเค็มกลมกล่อมไว้ในชามเดียว

Khao Soi ( ข้าวซอย )

พื้นฐานของเมนูนี้คือน้ำซุปที่ทำจากเครื่องเทศหลายชนิด เช่น ขมิ้น ผักชี ยี่หร่า ตะไคร้ ข่า กระเทียม และหอมแดง ต้มรวมกันจนได้น้ำแกงหอมที่เป็นหัวใจของ Khao Soi จะเพิ่มมะขามเปียกหรือน้ำปลาเพื่อเพิ่มความลึกของรสชาติก็ได้ตามชอบ

เมื่อได้น้ำซุปแล้ว ก็ถึงเวลาใส่วัตถุดิบสดอย่างไข่ต้มหรือไก่ที่ตุ๋นจนนุ่ม ใส่ลงในชามพร้อมเส้นบะหมี่ไข่ที่ต้มสด และสุดท้ายคือเส้นทอดกรอบที่เพิ่มทั้งเนื้อสัมผัสและรสชาติให้กับเมนูนี้

ใครชอบเผ็ดสามารถเติมน้ำมันพริกหรือพริกป่นได้ แต่ถ้ากินที่ร้าน ควรถามพนักงานก่อนเพราะไม่ใช่ทุกร้านที่มีให้ อย่าลืมท็อปปิ้งเสริมอย่างผักกาดดองที่ให้รสเปรี้ยว หอมแดงที่ให้รสหวาน และมะนาวที่ช่วยให้ทุกคำสดชื่นขึ้น

Khao Soi เป็นเมนูเอกลักษณ์ที่หาได้ทั่วไทย และเป็นสิ่งที่นักเดินทางทุกคนต้องลอง

6. แกงมัสมั่น ( แกงมัสมั่น )

แกงมัสมั่นเป็นอาหารไทยยอดนิยมที่มีรากเหง้ามาจากอาหารมุสลิม มักทำจากเนื้อวัว ไก่ หรือหมู ตุ๋นในน้ำแกงกะทิที่ผสมเครื่องเทศหลายชนิด เช่น กระวาน อบเชย กานพลู ยี่หร่า ลูกจันทน์เทศ และใบกระวาน ผลลัพธ์คือแกงที่หอมและมีรสชาติเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมข้าวหรือเส้นได้เลย

Massaman Curry ( แกงมัสมั่น )

ส่วนประกอบหลักของแกงมัสมั่นคือมันฝรั่ง (ที่ให้เนื้อสัมผัสเฉพาะตัว) หัวหอม กระเทียม และหอมแดง จะเพิ่มผักอื่นๆ อย่างแครอตหรือพริกหวานก็ยิ่งอร่อย แกงมัสมั่นมักใส่ถั่วลิสงคั่วเพื่อเพิ่มความกรอบ ส่วนผสมทั้งหมดนี้รวมกันได้เป็นสตูว์รสเข้มข้นที่เหมาะกับทุกโอกาส

เมื่อทำแกงมัสมั่นที่บ้าน ควรใช้วัตถุดิบสดคุณภาพดี สมุนไพรสดอย่างตะไคร้และใบมะกรูดจะยกระดับรสชาติได้มาก ควรคั่วเครื่องเทศก่อนใส่หม้อเพื่อให้ความหอมออกมาได้เต็มที่ และอย่าลืมน้ำปลาที่ให้รสอูมามิอันเป็นวิญญาณของอาหารไทยแท้

ลองเพิ่มมะขามเปียกลงไปด้วยเพื่อรสชาติที่พิเศษยิ่งขึ้น ความเปรี้ยวของมะขามจะช่วยดึงรสชาติทุกอย่างออกมาอย่างน่าทึ่ง เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิเพื่อมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบ รับรองว่ากินครั้งเดียวต้องขอเพิ่ม

แกงมัสมั่นเป็นเมนูอร่อยและเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมผสานรสชาติของไทยกับเครื่องเทศสไตล์อินเดียได้อย่างลงตัว

7. ข้าวผัด ( ข้าวผัด )

Khao Pad เป็นอาหารไทยยอดนิยมที่มีขายทั่วประเทศ ทำจากข้าวหอมมะลิผัดในน้ำมันกับกระเทียมและหัวหอม แล้วใส่เนื้อสัตว์หรืออาหารทะเลตามชอบ ปรุงรสด้วยน้ำปลา ซอสหอยนางรม ซีอิ๊ว และน้ำตาลเพื่อให้ได้รสชาติเฉพาะตัว จะใส่ผักอย่างแครอต ถั่วลันเตา หรือพริกหวานเพื่อเพิ่มความกรอบและคุณค่าทางโภชนาการก็ได้

Khao Pad or Thai Fried Rice ( ข้าวผัด )

กุญแจสำคัญของ Khao Pad ที่อร่อยอยู่ที่การหุงข้าว ต้องหุงให้พอดี เพื่อให้แต่ละเมล็ดแยกจากกันเมื่อผัด เมื่อได้ข้าวที่หุงสุกแล้ว ตั้งน้ำมันในกระทะหรือหม้อเหล็กบนไฟกลางถึงแรง ใส่กระเทียมและหัวหอมจนหอม แล้วใส่โปรตีนที่เลือก (เช่น ไก่ เนื้อ หรือกุ้ง) พร้อมผักที่ต้องการ ผัดรวมกันสักสองสามนาที จากนั้นใส่เครื่องปรุง แล้วจึงใส่ข้าวหอมมะลิ คลุกเคล้าต่อเนื่องให้รสชาติเคลือบข้าวทุกเมล็ดอย่างทั่วถึง

เมื่อทุกอย่างเข้ากันดีแล้ว ปิดไฟและเสิร์ฟร้อนๆ Khao Pad กินเปล่าๆ ก็อร่อย แต่ถ้าอยากได้มื้ออาหารที่อิ่มกว่านี้ ลองจับคู่กับไข่เจียวหรือหมูปิ้ง ทั้งคู่เข้ากันได้ดีมาก

Khao Pad เป็นเมนูยอดนิยมและอร่อยในประเทศไทย เหมาะสำหรับทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น

8. ผัดกะเพราหมู ( ผัดกะเพราหมู )

Pad Kra Pow Moo or Stir-Fried Basil & Pork ( ผัดกะเพราหมู )

Pad Kra Pow Moo เป็นอาหารไทยยอดนิยมทำจากหมู กระเทียม และใบกะเพรา เป็นเมนูผัดที่ทำง่ายและเสิร์ฟได้ทั้งเป็นอาหารจานหลักหรือเครื่องเคียง ความหลากหลายของรสชาติทำให้เป็นเมนูที่คนไทยหลงใหลมากที่สุดเมนูหนึ่ง

กุญแจสำคัญของเมนูนี้คือความสมดุลระหว่างรสหวานและเค็ม เริ่มด้วยวัตถุดิบสด ได้แก่ กระเทียม พริก น้ำปลา น้ำตาล และซีอิ๊ว ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันแล้วผัดกระเทียมสับจนหอม ใส่หมูสับพร้อมพริก ผัดประมาณ 3 นาที ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล และซีอิ๊ว สุดท้ายใส่ใบกะเพราสด (หรือแห้งหากไม่มีสด) เพื่อความหอมที่เป็นเอกลักษณ์

ถ้าเบื่อเมนูสั่งซื้อทั่วไป ลอง Pad Kra Pow Moo เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลินึ่งหรือเส้น จะลองใส่ผักเพิ่มอย่างเห็ดหรือพริกหวานก็ยิ่งอร่อย พอทุกอย่างสุกดีแล้ว ตักเสิร์ฟได้เลย

Pad Kra Pow Moo เป็นเมนูไทยที่อร่อยและหาได้ตามร้านอาหารทั่วไป เป็นวิธีที่ดีมากในการสัมผัสรสชาติของไทยขณะท่องเที่ยว อย่าพลาดเด็ดขาด!

9. ลาบ ( ลาบ )

ลาบเป็นอาหารยอดนิยมในประเทศไทยที่เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมถึงเป็นที่ชื่นชอบ สลัดเผ็ดจานนี้ทำจากหมูหรือไก่สับที่ปรุงด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศ ส่วนผสมหลักมักประกอบด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว พริก กระเทียม หอมแดง ตะไคร้ และใบสะระแหน่ เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวนึ่งหรือใบผักกาดเพื่อเพิ่มความกรอบ

Laab or Spicy Salad ( ลาบ )

ความอร่อยของลาบอยู่ที่ความสมดุลของรสชาติ ทั้งหวานจากน้ำปลา เปรี้ยวจากมะนาว เค็มจากน้ำปลา เผ็ดจากพริก ฉุนจากกระเทียมและหอมแดง หอมจากตะไคร้ และสดชื่นจากใบสะระแหน่ ทุกองค์ประกอบรวมกันสร้างประสบการณ์รสชาติที่ไม่มีวันลืม

เมื่อทำลาบที่บ้าน ปรับส่วนผสมตามรสนิยมส่วนตัวได้เลย เผ็ดมากก็เพิ่มพริก เผ็ดน้อยก็ลดลง ลองใช้เนื้อสัตว์อื่นอย่างเนื้อวัวหรือเป็ดแทนหมูหรือไก่เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับเมนูคลาสสิกนี้

การจัดเสิร์ฟลาบก็สำคัญไม่แพ้การทำ ดั้งเดิมเสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวนึ่ง แต่บางคนชอบเสิร์ฟบนใบผักกาดเพื่อเพิ่มความกรอบ แตงกวาหั่นเป็นเครื่องเคียงชั้นเยี่ยม ก่อนกินโรยถั่วลิสงคั่วบดทับหน้าเพื่อเพิ่มความอร่อย

ลาบเป็นอาหารไทยคลาสสิกที่เต็มไปด้วยรสชาติจากสมุนไพร เครื่องเทศ และผักนานาชนิด เหมาะมากสำหรับใครที่อยากสัมผัสรสชาติเฉพาะตัวของไทย!

10. ข้าวเหนียวมะม่วง ( ข้าวเหนียวมะม่วง )

Khao Niao Mamuang หรือข้าวเหนียวมะม่วงเป็นของหวานไทยคลาสสิก ทำจากข้าวเหนียวต้มในกะทิ เสิร์ฟพร้อมมะม่วงสุกหั่นชิ้น ความหวานของมะม่วงและข้าวเหนียวชุ่มกะทิรวมกันเป็นขนมที่ไม่มีวันเบื่อ!

Khao Niew Mamuang  or Mango Sticky Rice ( ข้าวเหนียวมะม่วง )

กุญแจสำคัญของเมนูนี้คือคุณภาพของวัตถุดิบ ควรแช่ข้าวเหนียวใหม่ข้ามคืนก่อนนำไปต้มในกะทิสดจนนุ่ม เมื่อสุกแล้วเพิ่มความหวานด้วยน้ำตาลเล็กน้อยและพักให้เย็นก่อนเสิร์ฟ

เมื่อพร้อมเสิร์ฟ ตักข้าวเหนียวที่เย็นแล้วใส่จาน วางมะม่วงที่ปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นหรือลูกเต๋าข้างๆ บางคนโรยงาทับหน้าเพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสและรสนัว

ของหวานง่ายๆ แต่อร่อยนี้หาได้ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่แผงลอยที่ขายทีละถ้วยไปจนถึงร้านอาหารระดับหรูที่เสิร์ฟเป็นส่วนหนึ่งของชุดเมนู ดังนั้นไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่ลองเมื่อมาเยือนไทย

ข้าวเหนียวมะม่วงเป็นของหวานที่อร่อยและเป็นที่ชื่นชอบในไทย ความหวานของมะม่วงบวกกับข้าวเหนียวกะทินั้นเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ

11. แกงพะแนง

แกงพะแนงเป็นอาหารไทยยอดนิยมที่ผสมผสานรสชาติของกะทิ น้ำพริกแกงแดง และเครื่องเทศ ครีมมี่และเผ็ดนิดๆ พร้อมรสหวานอ่อนๆ จากกะทิ ส่วนผสมหลักมักเป็นไก่หรือเนื้อวัวปรุงในน้ำแกงพะแนง พร้อมผักอย่างพริกหวาน แครอต หัวหอม และเห็ด เสิร์ฟพร้อมข้าวนึ่งหรือเส้นเพื่อมื้ออาหารที่ทุกคนพอใจ

ส่วนผสมสำคัญในแกงพะแนงคือน้ำพริกแกงแดงที่ให้รสชาติเฉพาะตัว ทำจากการปั่นพริกแห้งกับกระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ข่า กะปิ และสมุนไพรเครื่องเทศอื่นๆ แล้วเคี่ยวจนได้พริกแกงข้น กะทิช่วยเพิ่มความครีมมี่และช่วยกลมกล่อมความเผ็ดของพริกแกง

ในการทำแกงพะแนงที่บ้าน เตรียมส่วนผสมให้พร้อม ได้แก่ ไก่หรือเนื้อหั่นชิ้น พริกหวาน แครอต หัวหอม เห็ด น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว ถั่วลิสงบด (ถ้าต้องการ) และใบผักชี (ถ้าต้องการ) เริ่มปรุงด้วยการตั้งน้ำมันในกระทะหรือกระทะใบใหญ่บนไฟกลางค่อนแรง ใส่เนื้อสัตว์และผัดจนเหลืองทั้งสองด้าน ใส่ผักตามลำดับ เติมกะทิประมาณ 1 ถ้วย คนตลอดไม่ให้ไหม้ ใส่น้ำพริกแกงแดง น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว ถั่วลิสง (ถ้าใส่) และใบผักชี เคี่ยวนาน 10 นาที คนเป็นระยะ เสิร์ฟร้อนๆ บนข้าวหอมมะลินึ่ง โรยใบผักชีตกแต่ง

แกงพะแนงเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการลิ้มรสอาหารไทยดั้งเดิม รสหวานและเผ็ดผสมผสานกันได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับค่ำคืนที่อากาศหนาวและต้องการอาหารอุ่นๆ รับรองว่าจะกลายเป็นเมนูโปรดของคุณ

12. ไก่ย่าง ( ไก่ย่าง )

Gai Yang เป็นอาหารไทยยอดนิยมที่ทำจากไก่ย่างหมักด้วยเครื่องเทศ น้ำหมักมักประกอบด้วยกระเทียม รากผักชี พริกไทยดำ ขมิ้น และน้ำปลา ทำให้ไก่มีกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ มักเสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวหรือข้าวสวย และน้ำจิ้มแจ่ว

Gai Yang ( ไก่ย่าง )

กุญแจสำคัญของ Gai Yang ที่อร่อยอยู่ที่การหมัก ยิ่งหมักนานยิ่งได้รสชาติเข้มข้นเมื่อปรุงสุก ควรหมักไก่ไว้อย่างน้อย 4 ชั่วโมง แล้วย่างบนเตาถ่านจนผิวนอกกรอบแต่ข้างในยังชุ่มฉ่ำ

Gai Yang เสิร์ฟได้เป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารพร้อมเมนูอื่น เช่น ส้มตำ ข้าวเหนียว และขนมจีน หรือจะจับคู่กับผักนึ่งอย่างบรอกโคลีหรือกะหล่ำดอกเพื่อมื้ออาหารเบาๆ แต่อิ่มใจก็ยังได้

Gai Yang เป็นเมนูไก่ย่างที่อร่อยมาก รับรองว่ากินแล้วอยากกินอีก

13. ผัดซีอิ๊ว ( ผัดซีอิ้ว)

Pad See Ew or Stir Fried Noodles in Soy Sauce ( ผัดซีอิ้ว)

Pad See Ew เป็นอาหารไทยยอดนิยมทำจากเส้นก๋วยเตี๋ยวผัดในซีอิ๊ว มักทำจากเส้นใหญ่ ไข่ และผักอย่างคะน้าจีนหรือกะหล่ำ เส้นปรุงด้วยซีอิ๊วดำหวานกับกระเทียมและน้ำตาล จะใส่หมู ไก่ เนื้อ หรือกุ้งแทนผักก็ได้

กุญแจสำคัญของ Pad See Ew ที่อร่อยคือความสมดุลระหว่างรสเค็มและหวานจากซีอิ๊วและน้ำตาล เพื่อให้ได้รสชาตินี้ ควรใช้วัตถุดิบสดคุณภาพดี เช่น ซีอิ๊วดำ (ไม่ใช่ซีอิ๊วขาว) และเส้นข้าวหอมมะลิ เพื่อให้ได้รสชาติต้นตำรับ

ก่อนทำ Pad See Ew ที่บ้าน ควรเตรียมวัตถุดิบให้พร้อม เพื่อให้ทุกอย่างสุกทั่วถึงโดยไม่ไหม้ติดกัน เริ่มด้วยการตั้งน้ำมันในกระทะบนไฟกลาง ใส่กระเทียม ตามด้วยไข่คน ใส่ผัก และสุดท้ายใส่เส้น เทส่วนผสมซีอิ๊วดำลงไปพร้อมคนตลอดประมาณ 3 นาทีบนไฟกลาง จากนั้นปิดไฟ เสิร์ฟร้อนๆ โรยต้นหอมหากต้องการ

Pad See Ew เป็นเมนูไทยที่อร่อยและเป็นที่นิยม รับรองว่าจะถูกใจ

14. โรตีกล้วย ( โรตีกล้วย )

Roti Gluay หรือโรตีกล้วย เป็นอาหารริมถนนยอดนิยมในประเทศไทย ทำจากแป้งแผ่นบางคล้ายเครปยัดไส้กล้วยสุก ทอดจนเหลืองกรอบ เสิร์ฟร้อนๆ โรยน้ำตาลทับหน้า หาได้ทั่วประเทศตั้งแต่แผงลอยข้างถนนจนถึงร้านอาหารระดับหรู

Roti Gluay or Fried Banana Pancakes ( โรตีกล้วย )

กุญแจสำคัญของ Roti Gluay ที่อร่อยคือการใช้วัตถุดิบสดและทอดให้ได้ที่ ผิวนอกต้องกรอบไม่ไหม้ ข้างในต้องนุ่มเหนียว ส่วนแป้งต้องบางพอที่จะแผ่ออกได้สม่ำเสมอ แต่ก็ต้องหนาพอที่จะไม่ไหลออกจากกระทะเมื่อใส่กล้วย เมื่อทอดสุกแล้ว พักให้เย็นเล็กน้อยก่อนโรยน้ำตาลเพื่อความหวานที่ลงตัว

สำหรับคนที่อยากได้รสเค็มแทนหวาน มีข้าวเปียะทอดด้วย ซึ่งเป็นไข่เจียวห่อในโรตีกล้วย อร่อยไม่แพ้กัน! เวอร์ชันนี้ใช้ไข่แทนกล้วยเป็นไส้ ราดด้วยต้นหอม ใบผักชี ถั่วงอก และน้ำพริก เหมาะมากสำหรับอาหารเช้าหรือกลางวันสำหรับคนรีบ

ไม่ว่าจะกิน Roti Gluay แบบเปล่าหรือมีไส้ ขนมอร่อยนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง ครั้งหน้าที่ไปประเทศไทย อย่าลืมลองแพนเค้กอร่อยๆ นี้เด็ดขาด!

Roti Gluay เป็นเมนูที่ต้องลองเมื่อมาเยือนไทย เนื้อสัมผัสหวานกรอบจะตอบสนองทุกความอยากได้อย่างสมบูรณ์

15. ยำทะเล ( ยำทะเล )

Yam Talay เป็นยำทะเลไทยยอดนิยมที่ผสมผสานความสดของปลา กุ้ง และหมึก กับรสจัดจากพริก น้ำมะนาว และสมุนไพร เป็นเมนูสดชื่นมากที่เสิร์ฟได้ทั้งเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรืออาหารจานหลัก

Yam Talay or Thai Spicy Seafood Salad ( ยำทะเล )

กุญแจสำคัญของเมนูนี้คือการใช้วัตถุดิบที่สดที่สุด อาหารทะเลต้องสุกพอดี ยังคงความนุ่ม ส่วนผักต้องกรอบอยู่ น้ำยำต้องใช้น้ำมะนาวคั้นสดเพื่อให้ได้รสชาติเต็มที่

วิธีทำ Yam Talay เริ่มด้วยการเตรียมวัตถุดิบทั้งหมด ได้แก่ ต้มอาหารทะเล (กุ้ง หมึก และ/หรือปลา) ในน้ำเดือด หั่นหอมแดงบางๆ หั่นแตงกวาเป็นเส้น สับกระเทียม หั่นใบผักชี ทำน้ำยำจากน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาล (ปรับตามรสชอบ) และหั่นพริกขี้หนูเป็นวงบางๆ สำหรับตกแต่ง

นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ในชามใหญ่ ใส่อาหารทะเลก่อน ตามด้วยหัวหอม แตงกวา และกระเทียม เทน้ำยำลงไปและคลุกเบาๆ ให้ทั่ว ตกแต่งด้วยใบผักชีและวงพริก เสิร์ฟเย็นหรืออุณหภูมิห้องเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารหรือกินเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย รับรองว่าติดใจ

Yam Talay เป็นยำทะเลที่สดชื่นและอร่อย ที่จะทำให้คุณอยากกินอีกแน่นอน

16. แกงส้ม ( แกงส้ม )

แกงส้มเป็นอาหารไทยยอดนิยมที่สร้างความสมดุลระหว่างรสเปรี้ยว หวาน และเค็มได้อย่างลงตัว แตกต่างจากแกงไทยส่วนใหญ่ตรงที่ไม่ใช้กะทิ แต่เป็นน้ำซุปใสที่ทำจากน้ำพริกแกง น้ำปลา มะขาม และน้ำมะนาว ส่วนประกอบหลักมักเป็นไก่หรือหมู แต่จะเปลี่ยนเป็นผักหรือเต้าหู้ก็ได้ มักเสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลินึ่ง และโรยสมุนไพรสดอย่างผักชีและโหระพา

Gaeng Som or Thai Sour Curry  ( แกงส้ม )

ขั้นแรกในการทำแกงส้มคือเตรียมน้ำพริกแกงโดยตำกระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ข่า พริก และเครื่องเทศอื่นๆ ในครกจนได้พริกแกงเนียน จากนั้นนำพริกแกงใส่หม้อพร้อมน้ำ น้ำปลาเพิ่มรสอูมามิ และน้ำมะนาวช่วยกลมกล่อมรสชาติทั้งหมด

เมื่อส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีแล้ว เคี่ยวรวมกันประมาณ 20 นาที จึงใส่ไก่หรือหมูหั่นชิ้น ปรุงต่ออีก 10-15 นาทีจนสุกทั่ว จะใส่ผักอย่างพริกหวานหรือเห็ดเพิ่มก็ได้ แต่อย่าให้สุกเกินไปเพื่อรักษาความกรอบ สุดท้ายโรยสมุนไพรสดอย่างผักชีหรือโหระพาสับเพื่อรสชาติที่สดชื่น

อาหารไทยจานนี้เหมาะมากสำ